
1 เม.ย. 2568
นายกรัฐมนตรี แพตตัน ธัมมาวงศ์ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์บริการการลงทุนแห่งประเทศไทย (TIESC) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ส่งเสริมประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมระดับภูมิภาค และสร้างระบบเศรษฐกิจแห่งอนาคต

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นางแพ่ ทองธากุล นายกรัฐมนตรีไทย เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์บริการนักลงทุนและชาวต่างชาติ (TIESC) ชั้น 7 อาคารวันแบงก์โกค และกล่าวสุนทรพจน์ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบาล ตัวแทนภาคเอกชน และประธานหอการค้าต่างประเทศเข้าร่วมงาน
นางแพ่ ทองธากุล เริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจต่อผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว และยืนยันว่ารัฐบาลได้ควบคุมสถานการณ์และตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารต่างๆ ในกรุงเทพฯ เสร็จสิ้นแล้ว เธอย้ำว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือสำหรับการท่องเที่ยวและการลงทุน
เธอกล่าวว่าศูนย์ TIESC เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความจริงใจของประเทศไทยในการเปิดรับโลก และความมุ่งมั่นที่จะต้อนรับนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และในปี 2024 คาดว่าจะต้อนรับโครงการลงทุน 3,100 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบทศวรรษ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยอย่างเต็มที่
ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์หลายด้าน รวมถึงเศรษฐกิจชีวภาพ รถยนต์สมัยใหม่ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีดิจิทัล และเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ รัฐบาลหวังที่จะส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดย การดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับโลก
นางเพชรธันเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่สะดวกและโปร่งใส โดยชี้ว่าศูนย์ TIESC จะช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในประเทศไทยผ่านบริการที่ทันสมัย เธอเน้นว่าศูนย์ TIESC ไม่ใช่เพียงองค์กรบริการ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมและแพลตฟอร์มเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันสร้างประเทศไทยให้เป็นดินแดนแห่งนวัตกรรม การพัฒนา มิตรภาพ และความเจริญรุ่งเรือง

นายนาริต เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BOI) กล่าวว่า ศูนย์ TIESC ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 6 และ 7 ของพื้นที่พาเหรด โคร งการวันแบงก์ ได้รวมสองฟังก์ชันหลักไว้ด้วยกัน คือ ศูนย์บริการแบบครบวงจร (One-Stop Investment Service หรือ OSOS) และศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
ศูนย์ OSOS ให้คำปรึกษาและข้อมูลอย่างครบวงจรแก่นักลงทุนต่างชาติที่ประสงค์จะลงทุนในประเทศไทย และประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บริการที่จำเป็นสำหรับการจัดตั้งธุรกิจอย่างครบวงจร ส่วนศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานนั้น เป็นการประสานงานระหว่าง BOI กรมตรวจคนเข้าเมือง และกรมจัดหางาน ให้บริการแบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรสำหรับการยื่นขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน นักลงทุนสามารถดำเนินการขออนุมัติทั้งหมดได้ด้วยการยื่นคำขอออนไลน์เพียงครั้งเดียว ไม่ต้องส่งเอกสารไปยังแต่ละหน่วยงานแยกต่างหาก
ศูนย์บริการ OSOS และ Visa เดิม ซึ่งตั้งอยู่ที่จัตุรัสจำชุรี กรุงเทพฯ ประสบปัญหาความแออัดของบริการเนื่องจากการลงทุนจากต่างประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย 400-500 คนต่อวัน และบางวันอาจมีผู้ใช้บริการมากถึง 1,500 คน เนื่องจากรัฐบาลได้ออกนโยบายดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ เช่น วีซ่าพำนักระยะยาวและวีซ่าอัจฉริยะ BOI จึงตัดสินใจบูรณาการทรัพยากรของทั้งสองศูนย์เพื่อจัดตั้งศูนย์ TIESC ขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์ TIESC จะเป็นศูนย์กลางสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับการลงทุนทั่วโลก เพื่อดึงดูดการลงทุนในยุคใหม่ นโยบายพิเศษเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ นักลงทุนให้ความสำคัญกับความสะดวกในการทำธุรกิจและกระบวนการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานที่คล่องตัวสำหรับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะสูงมาสู่ประเทศไทย
BOI ตระหนักถึงเรื่องนี้และกำลังร่วมมือกับกรมตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการ ศูนย์ใหม่นี้จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการบูรณาการทรัพยากรของภาครัฐและภาคธุรกิจเพื่อสนับสนุนนักลงทุนองค์กรให้ประสบความสำเร็จในประเทศไทย
BOI ตระหนักถึงเรื่องนี้และกำลังร่วมมือกับกรมตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการ ศูนย์ใหม่นี้จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการบูรณาการทรัพยากรของภาครัฐและภาคธุรกิจเพื่อสนับสนุนนักลงทุนองค์กรให้ประสบความสำเร็จในประเทศไทย
(ที่มา: เครือข่ายหลานเซียงแห่งประเทศไทย)
